Tuesday, October 23, 2012

Hermes

22 กันยายน 2012

…”Hermes”…วันนี้ขอย้อนกลับมาเรื่องแบรนด์เนมอีกสักครั้งนะครับ เพราะเพิ่งได้ความรู้ใหม่(สำหรับผม)ว่า มีแบรนด์กระเป๋าอยู่ 2 ยี่ห้อที่ “ราคาสูงขึ้น” ทุกปี คือ Chanel (ชาแนล) กับ Hermes (แอร์เมส) นั่นเอง ซึ่งผมเองก็เคยอ่านประวัติของ Hermes มาก่อนได้รู้ว่าเป็นหนึ่งในแบรนด์กระเป๋าที่แพงที่สุดในโลก แต่ก็เพิ่งรู้ว่าราคาขึ้นตามกาลเวลาเหมือนนาฬิกาแบรนด์หรูๆแบบโรเล็กซ์ บางคนก็เลยถือว่าการซื้อกระเป๋า Hermes เปรียบเสมือนการลงทุน วันนี้ก็จะมาพูดถึง Hermes กันดีกว่า สำหรับสาวๆแฟชั่นนิสต้าท่านใดมีความรู้ก็ช่วยเพิ่มเติมด้วยนะครับ

แบรนด์ Hermes นั้นกำเนิดขึ้นในฝรั่งเศสเมื่อปี 1837 ครับโดยคุณ Thomas Hermes ซึ่งนับเป็นแบรนด์ร่วมยุคกับหลุยส์ วิตตอง แต่ว่าจุดเริ่มต้นต่างกันเพราะหลุยส์ วิตตองเริ่มต้นจากผลิต “หีบบรรทุกของ” ส่วน Hermes นั้นเริ่มจากการทำ “อานม้า” และเครื่องประกอบในการขี่ม้าให้กับชนชั้นสูงของฝรั่งเศสและยุโรป และนี่คือเหตุผลที่ว่า โลโก้ของ Hermes เป็นรูปม้าเทียมกับรถม้า นั่นเองครับ

โฆษณาผ้าพันคอ Hermes
 
ในยุคนั้นผลิตภัณฑ์อานม้า Hermes นั้นได้รับการยกย่องว่าเป็น The Finest และได้เป็นผู้จัดหาให้กับจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 ไปทั่วยุโรปจนกระทั่งถึงราชสำนักรัสเซียเลยทีเดียว และทำให้ Hermes ได้รับสิทธิในการใช้ “ซิป” จากรัสเซียเพื่อมาใช้กับเครื่องหนังและเสื้อผ้าอื่นๆ เมื่อ Hermes นำซิปมาเปิดตัวที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าแรก จึงทำให้เป็นที่ฮือฮามากๆ ประกอบกับการที่ ”รองเท้าแตะ” ของ Hermes ได้รางวัลที่หนึ่งในงานเวิลด์เอ็กซ์โปที่ปารีสเมื่อปี 1867 แบรนด์ Hermes ก็เป็นที่รู้จักไปทั่วทั้งในหมู่ขุนนางและประชาชนทั่วไ

กาลเวลาหมุนไป.....มีผู้คิดค้นรถยนต์ออกมาใช้งานจึงทำให้การใช้รถม้าลดความนิยมลง ดังนั้นเมื่อปี 1921 Hermes จึงหันมาผลิตกระเป๋าสตางค์ผู้หญิง สาเหตุสำคัญที่เปลี่ยนมาผลิตกระเป๋าก็เพราะ ภรรยาเจ้าของ Hermes มานั่งบ่นกับสามีว่า "ไม่มีกระเป๋าแบบที่ถูกใจใช้” คุณสามีนามว่า Émile-Maurice ซึ่งเป็นทายาท Hermes รุ่น 3 และเป็นเจ้าของในขณะนั้นก็เลยหันมาเปิดตัวคอลเลคชั่นกระเป๋าถือออกวางจำหน่ายเสียเอง......(ป้าดดด เอาใจเมียขนาด) นับจากนั้นมา Hermes ก็มุ่งมาทางกระเป๋าและสินค้าแอกเซสซอรี่สำหรับคุณผู้หญิง ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของกระเป๋าแบรนด์หรูไฮโซครับผม

สินค้ายอดนิยมของ Hermes ก็คือ กระเป๋าถือ และ ผ้าพันคอครับ……

กระเป๋าถือที่เป็นที่รู้จักและราคาแพงของ Hermes มีอยู่ 2 รุ่นคือ Kelly (เคลลี่) และ Birkin (เบอร์กิ้น) ซึ่งล้วนตั้งชื่อตามสุภาพสตรีที่เป็นเซเลบของสังคมในขณะนั้น กล่าวคือ

เจ้าชายอัลเบิร์ตและเจ้าหญิงเกรซแห่งโมนาโค
พร้อมกระเป๋า Hermes Kelly

- กระเป๋ารุ่นเคลลี่นั้น เดิมชื่อรุ่น Sac à dépêches แต่วันหนึ่งในปี 1956 มีช่างภาพไปถ่ายรูปเจ้าหญิงเกรซ เคลลี่ แห่งโมนาโคขณะที่เดินอยู่และกำลังทรงพระครรภ์ เมื่อเห็นช่างภาพเข้ามาเจ้าหญิงเกรซก็เลยเอากระเป๋าใบนี้มาบังพระครรภ์ไว้ เมื่อภาพนี้ถูกตีพิมพ์ลงหนังสือ LIFE ผู้คนก็เลยพากันเรียกกระเป๋ารุ่นนี้ว่ารุ่นเคลลี่ และทำให้ขายดิบขายดีจนปัจจุบัน จนกระทั่ง Hermes รับเอาชื่อนี้มาใช้แทนชื่อรุ่นเดิม


Hermes Kelly


ส่วนรุ่นเบอร์กิ้น นั้น ตั้งตามชื่อดาราสาวอังกฤษนามว่า Jane Birkin ครับ เนื่องจากในปี 1981 เธอบังเอิญนั่งเครื่องบินข้างกับซีอีโอของ Hermes ในไฟล์ทจากปารีสไปลอนดอน ในระหว่างที่เธอเอากระเป๋าถือใส่ช่องเก็บของเหนือศีรษะ กระเป๋าก็หล่นลงมา ข้าวของกระจุยกระจาย เธอก็หันมาพูดกับคุณซีอีโอ ว่าเธอหากระเป๋าที่ถูกใจไม่ได้เลย ใส่ของไม่ได้หมด คุณซีอีโอก็เลยกลับไปพัฒนากระเป๋าถือเอากลับมาให้เธอใช้ เป็นที่มาของกระเป๋ารุ่นเบอร์กิ้นครับ

กระเป๋ารุ่นเบอร์กิ้นนั้นเป็นที่รู้กันว่าแพงระยับจับใจมาก ราคาเริ่มตั้งแต่ 9,000$ จนถึง 120,000$ (เอา 30 คูณเข้าไปเองนะครับ) ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ ซึ่งมีตั้งแต่หนังนกกระจอกเทศ, หนังจระเข้, หนังกิ้งก่าโคโมโด สำหรับหนังที่แพงที่สุดคือ หนังจระเข้น้ำเค็มครับ ด้ายที่ใช้เย็บทำจากหนังแพะ และตัดเย็บด้วยมือทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ ซึ่งกล่าวกันว่าเบอร์กิ้นหนึ่งใบใช้เวลาตัดเย็บ 48 ชั่วโมงโดยช่างฝีมือของ Hermes ที่เทรนมาไม่ต่ำกว่า 3 ปีและเบอร์กิ้นนั้นยิ่งไซส์เล็กยิ่งแพง มีตั้งแต่ขนาด 25, 30, 35 และ 40 ซม.ครับ
Hermes Birkin

ส่วนผ้าพันคอไหมนั้น ก็เริ่มออกจำหน่ายในปี 1937 และได้รับความนิยมมากเพราะพิมพ์ลายด้วยช่างฝีมือทีละผืน ซึ่งจะลงทีละสีแล้วทิ้งไว้หนึ่งเดือนให้แห้งก่อนจะลงสีต่อไป ขนาดมาตรฐานคือ 90 x 90 ซม. หนัก 65 กรัมเท่ากันทุกผืน ซึ่งแปลว่าหนักกว่าผ้าพันคอทั่วไปเพราะใช้รังไหมมากกว่ายี่ห้ออื่นๆสองเท่า ทุกขั้นตอนใช้ช่างฝีมือทำด้วยความประณีต สำหรับลายยอดนิยมก็คือ "Brides De Gala" และ ลายม้าของ Hermes ครับ

ความนิยมผ้าพันคอไหมของ Hermes นั้นก็ดูได้จากว่าลูกค้าคนสำคัญก็คือพระราชินีอังกฤษ, แจคเกอรีน โอนาซิส , ชารอน สโตน, ซาร่า เจสสิก้า ปาร์คเกอร์, ฮิลลารี่ คลินตัน, แอล แมคเฟอร์สัน และไฮโซอีกมากมาย

ปล. Hermes ในเมืองไทยนั้น นำเข้าโดยบริษัท ซังออนอเร่ (กรุงเทพ) จำกัด ของคุณนวลพรรณ ล่ำซำ มีช้อปอยู่สองแห่งคือ เอมโพเรียมและสยาม พารากอน ครับ

นางแบบสุดสวยคนล่าสุดของ Hermes "Karlie Kloss"

ปล.2 สำหรับผ้าพันคอไหมของ Hermes นั้น ชารอน สโตนเอามาใช้ในฉากถูกมัดในเลิฟซีนของหนังเรื่อง Basic Instinct ด้วยนะฮะ....วี้ดวิ้ววว

No comments:

Post a Comment