Showing posts with label โครงการ พอ.สว.. Show all posts
Showing posts with label โครงการ พอ.สว.. Show all posts

Saturday, April 23, 2016

โครงการ พอ.สว.

เชื่อว่าเราทุกคนรู้จักโครงการแพทย์อาสาของสมเด็จย่า คือ โครงการ พอ.สว. กันมานาน ส่วนใหญ่ก็จากฟังข่าวทีวีกัน

และเชื่อว่าก็มีหลายๆคนตั้งคำถามในใจว่าคุ้มค่ากับการลงทุนไหม?”

ผมก็เลยขอนำบทสัมภาษณ์นายแพทย์ 4 ท่านที่ร่วมโครงการ พอ.สว. ในระหว่างที่สมเด็จย่ายังทรงพระชนม์ชีพอยู่มาให้เราได้อ่านกันครับ

ผมว่าทางด้านการรักษาพยาบาลนั้นได้พอควร ใจผมนะครับ แต่ทางด้านจิตวิทยาได้มาก ให้เขารู้สึกว่าเราไม่ทอดทิ้งเขา”.....นายแพทย์สุนันท์ มูลทัศน์ฐาน

สำหรับจิตใจของคน ไม่มีอะไรเสมอเหมือน อย่างตำบลที่เราไปเมื่อวานซืน แม้แต่ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ยังไม่เคยไป สมเด็จย่าได้เสด็จไป เป็นที่ชื่นชมยินดีของคนทั้งหลายที่อยู่ในหมู่บ้านนั้นอย่างยิ่ง กำลังใจนี้ผมว่าเป็นของสำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง”.....ศาสตราจารย์ นายแพทย์อุดม โปษะกฤษณะ

พูดถึงประโยชน์ทางการแพทย์ จริงๆไม่คุ้มกันครับ สู้โครงการแพทย์ทางอากาศไม่ได้ แต่ผมคิดว่าได้ประโยชน์ทางจิตวิทยาด้านประชาชน ที่ยึดเหนื่ยวเขาไว้ให้ซื่อตรงต่อพวกเราด้วยกัน ให้เป็นพวกเดียวกัน หรือ ทางด้านการบำรุงขวัญนะครับ ของพวกนี้ไม่มีราคา จะมีเงินเท่าไรก็ซื้อไม่ได้ถ้าไม่จัดทำอย่างนี้ อันนี้ไม่ใช่เฉพาะแต่ชาวบ้านนะครับ พวกตำรวจหรือเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่ไปอยู่ไกลๆก็ได้ด้วย ผมว่าโปรเจ็คท์นี้เกินคุ้ม เป็นโปรเจ็คท์ที่คนธรรมดาๆอย่างเราไม่มีปัญญาทำ ถ้าไม่ได้สมเด็จย่าริเริ่มอย่างนี้”.....ศาสตราจารย์ นายแพทย์อาวุธ ศรีสุกรี

เมื่อเทียบค่าใช้จ่าย เช่น ค่าน้ำมันเฮลิคอปเตอร์ ค่าเวชภัณฑ์ ทรัพยากรบุคคล ฯลฯ ตลอดจนใช้หลักการแพทย์เข้ามาพิจารณาแล้ว การปฎิบัติงานของ พอ.สว. ได้ผลน้อยกว่าเงินลงทุนที่เราใช้จ่ายไปแต่เราจำเป็นต้องทำ เพราะได้ผลอย่างมากในแง่จิตใจ อีกประการหนึ่งในภาวะที่เราขาดแคลนแพทย์ในท้องถิ่นทุรกันดาร การมีแพทย์ พอ.สว.จึงเป็นสิ่งจำเป็น”......นาวาเอก นายแพทย์พันธุ์เลิศ ทิมกระจ่าง ..

แม้วันนี้สมเด็จย่าและสมเด็จพระพี่นางฯจะจากพวกเราไปแล้ว แต่เรายังมีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ฯ และบรรดาแพทย์ พยาบาล พอ.สว.อีกนับร้อยคนทำหน้าที่บำรุงขวัญประชาชนอยู่จนทุกวันนี้
อ่านแล้วคงเข้าใจเพิ่มขึ้นว่า เหตุใดสถาบันพระมหากษัตริย์นั้นจึงได้รับการยอมรับและเทิดทูนจากประชาชนชาวไทยมานับ 800 ปี…..

ขอทุกพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน


ปล.ข้อมูลจากหนังสือพระมามลายโศกหล้า เหลือสุขเล่ม 2 ครับ