Showing posts with label สมเด็จพระเทพรัตน 60 พรรษา. Show all posts
Showing posts with label สมเด็จพระเทพรัตน 60 พรรษา. Show all posts

Saturday, April 23, 2016

สมเด็จพระเทพรัตนฯ 60 พรรษา

ปีนี้เป็นปีพิเศษและสำคัญยิ่งคือ ทูลกระหม่อมอาจารย์ สมเด็จพระเทพรัตนฯ มีพระชนมายุครบ 60 พรรษา

เชื่อว่าคนไทยทุกคนก็รู้สึกเหมือนผม คือ "รักสมเด็จพระเทพฯ" ด้วยเหตุที่พระองค์มีพระอัธยาศัยที่ดี และ มีคุณลักษณะที่ประชาชนจะรักได้โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ

ทำให้ผมนึกถึงข้อเขียนของม...คึกฤทธิ์ ที่ท่านบอกว่า "ราชวงศ์จักรีนั้นมีคุณสมบัติพิเศษที่สำคัญคือ สามารถผลิตบุคคลที่มีความสามารถได้ทันเวลาและตรงกับยุคสมัย"

คำพูดนี้คือความเป็นจริงที่สำคัญอย่างยิ่งต่อประเทศไทย เพราะถ้าเรามองย้อนกลับขึ้นไปตั้งแต่เริ่มมีกรุงเทพฯ เราจะได้เห็นว่าผู้นำหรือพระราชวงศ์ไทยในแต่ละสมัยนั้น สามารถนำชาติรอดพ้นวิกฤติได้โดยมหัศจรรย์

- รัชกาลที่หนึ่งและสอง ทรงฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมที่ถูกทำลายไปเพราะพม่าเผากรุงศรีอยุธยาเสียจนสิ้น ทรงรวบรวมผู้รู้เพื่อสร้างเมืองหลวงใหม่ สร้างโขน ละคร ศิลปะกลับคืนมา เราจึงมีพระบรมมหาราชวังและวัดพระแก้วที่งดงามให้เห็นจนวันนี้

- รัชกาลที่สาม ทรงเริ่มทำการค้าโดยเรือสำเภา ได้เงินมามากมายและเก็บรักษาไว้ในท้องพระคลัง....เงินทั้งหมดนี้อีกห้าสิบกว่าปีต่อมาถูกนำมาใช้ "ไถ่ประเทศ" จากเหตุที่ฝรั่งเศสเอาเรือรบมาปิดปากแม่น้ำ

- รัชกาลที่ห้า คือ กษัตริย์ที่ได้รับการศึกษาภาษาอังกฤษอย่างดี โดย รัชกาลที่สี่เป็นผู้เริ่มให้แหม่มฝรั่งเข้ามาสอนหนังสือในพระราชวัง รัชกาลที่ห้า จึงมีวิสัยทัศน์ที่จะส่งพระราชโอรสไปเรียนหนังสือที่อังกฤษ เยอรมัน สหรัฐอเมริกา ตัวพระองค์เองก็เสด็จไปยุโรปเพื่อสร้างพันธมิตรกับรัสเซียให้สยามรอดพ้นจากยุคล่าอาณานิคมมาได้แบบหวุดหวิด

เรื่อยมาจนถึงในหลวงรัชกาลปัจจุบัน ที่ผมคงไม่ต้องบรรยายความดีงามของในหลวงของเรามากนัก เราทุกคนก็ซึ้งแก่ใจดีอยู่แล้ว สิ่งที่สำคัญคือ ในหลวงทรงตั้งให้สมเด็จพระเทพฯทรงเป็นแม่งานในการฟื้นฟูพระบรมมหาราชวังและวัดพระแก้ว เมื่อคราวกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี ..2525

...คึกฤทธิ์เล่าว่า ในขณะนั้นสภาพพระบรมมหาราชวังเสื่อมโทรมมากๆ เพราะถูกทอดทิ้งมาเกือบร้อยปี แต่ด้วยพระบารมีของสมเด็จพระเทพฯ เราก็สามารถรวบรวมเกจิอาจารย์ ครูศิลปะ ศิลปินหลายๆแขนงมาช่วยกัน แทบจะเรียกได้ว่า "ซ่อมสร้าง" ขึ้นมาใหม่ได้เหมือนเนรมิตและทันเวลาเฉลิมฉลองพระนครพอดี

ทุกวันนี้วัดพระแก้วก็คือ ความภาคภูมิใจของคนไทย แขกบ้านแขกเมืองมาเห็นก็ต้องทึ่งในความยิ่งใหญ่ในสถาปัตยกรรมของบรรพบุรุษเรา

ขณะนี้สมเด็จพระเทพฯ ก็เปรียบเสมือนเสาหลักในวงการศิลปวัฒนธรรม ความพระทัยดี (ใจดี) ของท่านทำให้รวมใจศิลปินของชาติได้ทุกแขนง ไม่ว่าจะเป็นดนตรีไทย เพลงลูกทุ่ง โขน ละคร ฟ้อนรำ วิจิตรศิลป์ การศึกษา สุดจะบรรยายได้หมด

ตอนผมเป็นนักเรียนนายร้อย ก็ได้เป็นประธานชมรมดนตรีไทยของ จปร. ได้มีโอกาสซ้อมดนตรีไทยร่วมกับพระองค์ท่านหลายครั้ง สิ่งหนึ่งที่ผมทึ่งก็คือ ทุกครั้งที่ได้ซ้อมดนตรีที่พระตำหนักสวนจิตรลดา พระองค์ท่านใช้เวลาเพียงนิดเดียวในการต่อเพลงที่ซับซ้อนและทรงระนาดเอกออกโทรทัศน์ได้โดยไม่มีการสะดุดหรือผิดพลาดเลย 

ขณะที่ตัวผมเล่นเพลงเดียวกันกลับต้องใช้เวลาฝึกซ้อมนานหลายเดือน กล่าวได้เลยว่าท่านคือ อัจฉริยะและนักปราชญ์ของชาติไทยโดยแท้


ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน เป็นมิ่งขวัญของปวงข้าพระพุทธเจ้าสืบไป