Showing posts with label บรูไน. Show all posts
Showing posts with label บรูไน. Show all posts

Friday, April 25, 2014

น้ำมันบรูไน

เมื่ออาทิตย์ก่อน  บริษัทส่งผมไปเยี่ยมชมกิจการ Aviation Department ของบริษัท บรูไน เชลล์ ปิโตรเลียม หรือ บีเอสพี มาครับ  นับว่าเป็นโอกาสที่ดีที่ได้ไปเปิดหูเปิดตาดูประเทศเพื่อนบ้านของเราว่าประเทศที่ครั้งหนึ่งสุลต่านผู้ปกครองนั้นได้รับการจัดอันดับว่าเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกนั้น  ตอนนี้บ้านเมืองเขาเป็นอย่างไร

ระหว่างนั่งรถของโรงแรมจากสนามบินบรูไน อินเทอร์เนชั่นแนลมายังเมืองซีเรียซึ่งเป็นที่ตั้งของบีเอสพีนั้น  ตลอดระยะทาง 60 กิโลเมตรผมก็สังเกตได้ว่าบ้านเรือนและถนนหนทางของเขาก็คล้ายบ้านเรา  แปลกแตกต่างตรงที่บ้านเรือนนั้นไม่มีรั้วเลย  แม้ว่าบรูไนนั้นจะมีขนาดเทียบได้กับจังหวัดเชียงใหม่ของเรา แต่เขาก็มีประชาชนอาศัยอยู่เพียง 400,000 คนเท่านั้น  (กรุงเทพฯมากกว่าห้าล้านคน) และผู้ประกอบการธุรกิจของเขาก็มักจะเป็นคนต่างชาติ เช่น จีน, มาเลเซีย และฝรั่งทั้งหลาย

"ซีเรีย" แหล่งเก็บน้ำมันดิบของบรูไน
ด้วยความร่ำรวยของเงินที่ได้จากน้ำมัน หรือ ที่เรียกกันว่า “Oil Money” นั้น  ทำให้รัฐบาลบรูไนไม่ต้องการเก็บภาษีเงินได้จากประชาชน....ใช่ครับ “ไม่ต้องเสียภาษี”  บรรดาสาธารณูปโภคทั้งหลายล้วนเป็นของขวัญจาก ”น้ำมัน” ครับ  รถยนต์นำเข้าก็ไม่เสียภาษี

บริษัทเชลล์นั้นเข้ามาผูกขาดการขุดเจาะและกลั่นน้ำมันภายในทะเลบรูไนได้ 85 ปีแล้ว และตอนนี้ก็ยังคงดูดกันต่อไปทั้งน้ำมันทั้งก๊าซธรรมชาติ  ราวกับจะไม่มีวันหมด   บรรดาแท่นขุดเจาะน้ำมันของเขาก็อยู่ไม่ไกลจากชายฝั่งเท่าไรนัก คือ ราวๆ 70 กิโลเมตรเท่านั้นเอง  ข้อดีก็คือ ทำให้ operation cost ในการวางท่อส่งน้ำมันหรือขนส่งซัพพลายต่างๆนั้นไม่แพงมาก  เทียบกับในแคนาดานั้นแท่นขุดของเขาอยู่กลางทะเลลึกมากๆ  ห่างจากฝั่งเกือบ 400 กิโลเมตร  ต้นทุนการผลิตก็จะแพงระยับ

ส่วนข้อเสียก็คือ  ภาพวิวจากชายหาดของเขาก็จะไม่งดงามเท่าเมืองไทย  แม้ทรายจะสวยหรือน้ำจะใส  แต่ก็คงไม่บันเทิงสุนทรียภาพทางสายตานักที่จะเล่นน้ำทะเลแล้วเห็นแท่นขุดเจาะน้ำมันอยู่ใกล้ๆนะครับ

ทีนี้ถามว่า “อ้าว…ในเมื่อแท่นขุดเจาะเขาใกล้ฝั่งขนาดนี้  ทำไมไม่ใช้เรือขนส่งวิศวกรไปทำงานบนแท่นล่ะ  น่าจะประหยัดกว่าเฮลิคอปเตอร์ตั้งเยอะ?”  คำตอบก็คือ  ทะเลบรูไนในจุดที่เขาขุดเจาะน้ำมันกันนั้นตื้นมากครับ คือ ราวๆ 20 เมตรเท่านั้นเอง  เรือใหญ่ๆแล่นไม่ได้  เพราะจะเกยตื้นหมด ในอดีตเคยมีการทดลองใช้เรือโฮเวอร์คราฟท์กันแล้ว  แต่ก็คงไม่จะไม่สะดวกสบายนัก  เฮลิคอปเตอร์จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดทั้งด้านความเร็วและความสะดวก

บีเอสพีนั้น  ผู้ถือหุ้นใหญ่ก็คือ รัฐบาลบรูไน ซึ่งถือหุ้นมากกว่า 50% รองลงมาก็คือ บริษัทเชลล์ ครับ ทำให้กิจการและความมั่นคงของเขาอยู่ในระดับแข็งแกร่งมาก  มีการทำรีเสิร์ชพบว่ามากกว่า 80% ของนักศึกษาจบใหม่ล้วนอยากจะมาร่วมงานกับบีเอสพีครับ  ด้วยความที่รายได้ก็อยู่ในระดับดีมากนั่นเอง

แม้ในตอนนี้ในทะเลบรูไนจะเริ่มมีบริษัทน้ำมันอื่นเข้ามามีส่วนแบ่งขุดเจาะแล้ว  เช่น โทเทล แต่ปั๊มน้ำมันในบรูไนนั้นก็มียี่ห้อเดียวเท่านั้นคือ "เชลล์" ครับ ไม่มียี่ห้ออื่นให้เห็นเลย

เมืองซีเรียที่ผมได้ไปเยี่ยมชมนั้น  เป็นที่ตั้งของถังเก็บน้ำมันดิบในส่วนที่จะนำมากลั่นเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับใช้ในประเทศครับ  ซึ่งเขาจะมีถังเก็บขนาดใหญ่ยักษ์หลายสิบถัง (หน้าตาก็เหมือนกับถังน้ำมันที่อยู่ตรงข้ามสนามบินดอนเมืองน่ะครับ) เรียกว่า Seria Crude Oil Storage พอมองมาอีกฟากถนนก็จะเห็นโรงกลั่นที่จะกลั่นน้ำมันดิบตรงฟากโน้นให้มาเป็นน้ำมันที่พร้อมใช้งานได้ทันที  เรียกได้ว่าดูดปุ๊บ กลั่นปั๊บเลยเชียว  นักบินที่นี่เขาบอกผมว่า  ถ้าเมืองซีเรียเป็นอะไรไป  บรูไนก็จะไม่มีน้ำมันใช้ทันที

นอกจากจะมีน้ำมันใต้พื้นทะเลแล้ว  น้ำมันดิบใต้พื้นดินเขาก็มีครับ  ตลอดสองข้างทางถนนในเมืองซีเรีย  ก็จะเห็นแท่นขุดน้ำมันบนดินให้เห็นอยู่เรียงรายเป็นเรื่องปกติราวกับตู้โทรศัพท์เลยเชียว

แท่นขุดน้ำมันบนดินของเชลล์  พบได้ทั่วไปตามข้างทาง
ถึงตอนนี้ก็คงจะมีคนถามว่า  "แล้วราคาน้ำมันของเขาคงจะถูกกว่าเมืองไทยมากใช่ไหม?”  คำตอบก็เป็นที่แน่นอนว่า “ใช่ครับ”  เท่าที่ผมเห็นก็คือ ราคาถูกกว่าบ้านเราประมาณ 3-4 เท่า คือ 

- เบนซิน 97 ลิตรละ 0.5 $ (15 บาท)
- เบนซิน 92 ลิตรละ 0.513 $ (15.3 บาท)
- เบนซิน 85 ลิตรละ 0.36 $ (10.8 บาท)
- ดีเซล ลิตรละ 0.31 $ (9.3 บาท)

บ้านเราเองก็มีทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมากมายให้บริษัทน้ำมันทั้งแบรนด์ไทยและต่างชาติดูดกันมาหลายสิบปีเช่นกัน  แต่ราคาก็แพงจนไม่น่าเชื่อว่าจะปล้นเงินจากคนแผ่นดินเดียวกันได้ขนาดนี้

บรูไนนั้น แม้พื้นที่เขาจะเล็ก แต่ก็ยังมีป่าไม้คิดเป็นกว่าสามในสี่ของพื้นที่ทั้งประเทศเขาเลยเชียว  ทำให้ขับรถไปทางไหนก็เห็นแต่ต้นไม้และภูเขากว้างใหญ่ไพศาลสวยงาม  ประเทศนี้ยังเป็นประเทศมุสลิมที่เคร่งครัดมากๆ ทั้งในเรื่องการทำละหมาด  ซึ่งในทุกๆห้องแม้ในออฟฟิศหรือห้องพักโรงแรม ก็จะมีสติ๊กเกอร์ติดบนเพดาน เป็นลูกศรสีเขียวชี้ไปยังทิศที่ตั้งของนครเมกกะ 

ผู้ชายและผู้หญิงที่ไม่ใช่สามีภรรยากันนั้น เขาห้ามอยู่ในที่ลับตาด้วยกัน หรือกระทั่งการบริโภคเนื้อหมู ซึ่งกฎหมายก็ผ่อนผันให้กับชาวต่างศาสนาว่า  เนื้อหมูนั้นให้ขาย, ปรุง และบริโภคได้โดยคนที่ไม่ใช่มุสลิมเท่านั้น  แต่การบริโภคเหล้าเบียร์นั้นต้องห้ามอย่างยิ่งในประเทศบรูไนครับ

เท่าที่ผมได้คุยกับนักบินชาวบรูไน  ก็ได้ความรู้มาว่า  กฎหมายการบินของบรูไนนั้นอ้างอิงมาตรฐานมาจากยุโรป หรือ EASA ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า เคร่งครัดและชัดเจนกว่า ICAO หรือ FAA มากนัก  ด้วยเพราะอาจจะเป็นว่า บริษัท เชลล์ นั้นเป็นบริษัทของเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นยุโรปนั่นเอง การมาเปิดกิจการใดๆเขาก็จะเอากฎหมายที่เขาคุ้นเคยมาใช้

นักบินชาวบรูไนคนนี้เป็นทั้ง Flight Instructor และ Technical Pilot ครับ  จบจากโรงเรียนการบินในอเมริกา  พวกเราคงเคยทำงานหรือพูดกับใครแล้วรู้สึกว่า “คนๆนี้คือคนมีความรู้ของจริง”  ผมก็มองเห็นสิ่งนี้จากนักบินท่านนี้เช่นกัน  เชื่อได้ว่าอนาคตของการบินบรูไนนั้น  ถ้ามีนักบินคุณภาพแบบนี้อีกสักสิบคน  มาตรฐานการบินของบรูไนจะต้องแข็งแกร่งมากทีเดียว