Monday, October 29, 2012

เฮลิคอปเตอร์ ใน James Bond ภาค Skyfall

...พอดีผมนั่งดู trailer ของเจมส์บอนด์ ภาคใหม่ Skyfall แล้วเห็นซีนนึงมีเฮลิคอปเตอร์ลำใหญ่ติดสัญลักษณ์แปลกๆ กำลังยิงถล่มปราสาทอยู่ ก็เลยสนใจว่าเค้าใช้เครื่องรุ่นไหนมาเข้าฉาก  ไปค้นคว้ามาได้ความดังนี้ฮะ


โปสเตอร์หนัง James Bond "Skyfall"
ซีนนี้เป็นซีนที่ฝ่ายร้ายคือ Quantum ยกพวกมาถล่มเจมส์ บอนด์ และ M (หัวหน้าของหน่วย MI-6 แสดงโดยจูดี้ เดนช์) ที่ Manor House ชื่อว่า "Skyfall Lodge" และข้างๆกันนั้นก็เป็นโบสถ์ประจำครอบครัวบอนด์ด้วย ซึ่ง Skyfall Lodge นี้ทีมงานได้ก๊อปปี้จากบ้านหรูไฮโซในสก๊อตแลนด์ แล้วเอามาสร้างเลียนแบบขึ้นใหม่ในสนามกอล์ฟ Hankley Common ในอังกฤษนี่เอง เพื่อให้ยิงถล่มแล้วก็ระเบิดได้เต็มที่ ข่าวว่าทีมงานลงทุนไปกว่า 100,000 ปอนด์สำหรับฉากนี้เลยเชียว

เฮลิคอปเตอร์รุ่นนี้คือ AW-101 ครับ ผลิตโดยบริษัท AgustaWestland เจ้า AW-101 นี้มีที่มาย้อนไปอดีตตั้งแต่ปี 1977 ในยุคที่โลกตะวันตกยังเป็นศัตรูกับโซเวียต  แล้วทีนี้กองทัพเรืออังกฤษเห็นว่าเฮลิคอปเตอร์รุ่น Sea King  ที่ใช้อยู่นั้นไม่สามารถต่อกรกับเทคโนโลยีเรือดำน้ำโซเวียตได้ ก็เลยไปว่าจ้างให้บริษัท Westland ของอังกฤษให้ผลิตเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิมให้


เฮลิคอปเตอร์ AW-101 "เมอร์ลิน" ขณะถ่ายทำฉากยิงถล่ม Skyfall Lodge
บริษัท Westland (อังกฤษ) ก็เลยไปร่วมกับบริษัท Agusta (อิตาลี) ที่ก็โดนว่าจ้างโดยกองทัพเรืออิตาลีในโปรเจคท์คล้ายๆกัน  สองบริษัทนี้ก็มารวมกันเป็น AgustaWestland ผลิตเครื่องรุ่น AW-101 นี่ออกมาเพื่อภารกิจต่อต้านเรือดำน้ำและกู้ภัยโดยเฉพาะ  และด้วยสาเหตุที่ต้องบินทำงานเหนือทะเลจึงต้องให้ปลอดภัยสูงสุด บริษัทผู้ผลิตก็เลยดีไซน์ให้มี 3 เครื่องยนต์ เผื่อเสียไป 1 เครื่องก็ยังเหลืออีก 2 เครื่องยนต์บินได้สบายๆตามปกติ 

ตอนนี้ AW-101 ก็ประจำการอยู่ในกองทัพทั่วโลกด้วยเหตุที่มี power มหาศาล และใช้งานได้หลากหลาย ในกองทัพอังกฤษจะเรียกเครื่องรุ่นนี้ว่า "Merlin" ครับ (ชื่อพ่อมดในตำนานกษัตริย์อาเธอร์และอัศวินโต๊ะกลมนั่นเอง) 

การตั้งชื่อให้เฮลิคอปเตอร์ก็มีมานานแล้วละครับ ทั้ง "แบล็คฮอว์ค" (S-70), "อาปาเช่" (Boeing AH-64), "คอบร้า" (AH-1) เพื่อให้ง่ายต่อการเรียกและมันดูหล่อขึ้นเป็นกอง


ควีนอังกฤษทรงเข้าฉากในวีดีโอเปิดโอลิมปิก ลอนดอน 2012
โดยมี เจมส์ บอนด์ เป็นบอดี้การ์ดส่วนพระองค์
สำหรับในทีมงานเจมส์บอนด์นั้น นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ใช้เฮลิคอปเตอร์ของ AgustaWestland มาร่วมงานครับ  ถ้าใครจำฉากเปิดตัวพระราชินีอังกฤษในพิธีเปิดโอลิมปิก 2012 ที่ลอนดอนได้นั้น  เขาใช้เฮลิคอปเตอร์ AW-139 เพ้นท์รูปธงยูเนี่ยนแจ๊ค บินลอด London Bridge พาสตั๊นท์ของพระราชินี ซึ่งมีเจมส์ บอนด์ (แดเนียล เครก) เป็นบอดี้การ์ด บินมาลงที่สนามกีฬาเป็นไฮไลท์ของงาน เป็นที่ฮือฮาไปทั่ว

สำหรับ AW-139 นั้น ตอนนี้นิยมใช้ในอุตสาหกรรมน้ำมันครับ เอาไว้บินรับ-ส่งผู้โดยสารที่ทำงานอยู่ที่แทนขุดเจาะน้ำมัน  ในเมืองไทยนั้นตอนนี้มีบริษัทเดียวที่ใช้ก็คือ บริษัท สีชัง ฟลายอิ้ง เซอร์วิส ครับ (SFS) บินให้กับแท่นขุดเจาะของปตท. ข่าวว่าติดแอร์เย็นเจี๊ยบเลยทีเดียว....
ภาพตอนซ้อมพิธีเปิดโอลิมปิก  ใช้เฮลิคอปเตอร์ AW-139
บินลอด London Bridge

Sunday, October 28, 2012

Adele....เจมส์ บอนด์ ภาค "Skyfall"....

28 ตุลาคม 2012

...."Skyfall"....อ่ะ  เปลี่ยนแนวไปพูดถึงหนังเจมส์บอนด์ ภาคใหม่ล่าสุด "Skyfall" กันนิดนึงนะครับ  แต่วันนี้จะเล่าถึง Adele นักร้องสาวชาวอังกฤษวัย 24 ที่เป็นผู้ขับร้องเพลงประกอบที่ใช้ชื่อเดียวกันของเจมส์ บอนด์ภาคนี้  เพราะตะกี้เข้าไปฟังบน Youtube มาแล้วชอบมากกกก


สาวน้อย Adele
เป็นที่รู้กันว่าเจมส์ บอนด์ 007 เป็นหนังสายลับอังกฤษ  อะไรต่างๆที่เกี่ยวข้องก็จะเป็นอังกฤษไปหมด ทั้งชื่อหน่วย MI-6 ก็เป็นชื่อหน่วยสืบราชการลับของอังกฤษจริงๆ (ของจริงมีทั้ง MI-5 และ MI-6), Daniel Craig ผู้แสดงเป็นเจมส์ บอนด์ ก็เป็นชาวอังกฤษ, รถยนต์ที่เจมส์ บอนด์ขับ Aston Martin ก็เป็นแบรนด์อังกฤษ  เพราะฉะนั้นเมื่อเลือกนักร้องเพลงประกอบว่าจะต้องเป็น สาวน้อย Adele ที่เป็นชาวอังกฤษแท้ๆ เกิดที่เมือง Tottenham ทางตอนเหนือของลอนดอน ก็เป็นตัวเลือกที่ลงตัว สมเป็นหนังที่ชาวอังกฤษภูมิใจ....

Adele เธอมีชื่อเต็มๆว่า Adele Laurie Blue Adkins ครับ เพิ่งอายุได้ 24 เท่านั้นเอง  แจ้งเกิดในวงการตั้งแต่อายุ 16 เมื่อเพื่อนๆเอาคลิปเดโมของเธอไปโพสท์ไว้บน Myspace แล้วก็โด่งดังเป็นพลุแตก ตามมาด้วยอัลบั้มแรกชื่อ "19" (ตามอายุในขณะนั้น) คว้ารางวัลมากมายทั่วเกาะอังกฤษแล้วก็มาดังต่อที่สหรัฐฯเมื่อเธอคว้ารางวัลแกรมมี่ อวอร์ดในปี 2009 ในฐานะนักร้องหน้าใหม่และนักร้องเพลงป๊อปหญิงยอดเยี่ยม

อัลบั้มชุดที่สองชื่อ "21" (ก็ตั้งตามอายุตอนนั้นอีกน่ะแหละ)  อันนี้นี่ดังกว่าชุดแรก เพราะถึงขั้นลงกินเนสบุ๊คว่า เป็นอัลบั้มแรกบนเกาะอังกฤษที่ขายได้มากกว่า 3 ล้านชุดในหนึ่งปี  เพลงที่เพราะๆที่เป็นที่รู้จักก็คือ Someone Like you และ Rolling in the deep ครับ


เสียงของ Adele นั้นบอกได้ว่า มีเสน่ห์แบบแหบใสๆน่ะครับ  ฟังดูมีพลังกังวาลมากๆ  พอได้มาร้องเพลงธีม Skyfall ก็เลยดูยิ่งใหญ่สมราคาหนังเจมส์ บอนด์ที่รอคอย  เพลง Skyfall นี้พอเปิดตัวออกมาได้เพียง 10 ชั่วโมง (5 ตุลาคม) ก็ทำยอดดาวน์โหลดสูงสุดใน iTune ของอังกฤษ แซงหน้าเพลง Diamonds ของ Rihanna ไปเลย  อีกสองวันต่อมาก็ทำยอดขายซิงเกิ้ล Skyfall ไปได้ 84,000 แผ่นในอังกฤษ และ 264,000 แผ่นในเมกา ทำรายได้ให้หนังเจมส์ บอนด์ไปท่วมท้นตั้งแต่ยังไม่เข้าโรงด้วยซ้ำไป

หนังเจมส์ บอนด์ภาค Skyfall นี้จะเข้าโรงในเมืองไทยวันที่ 1 พฤศจิกายน 2012 นี้ครับ.....หลับตาฟังเพลงธีม Skyfall ให้ดีนะครับ....ทั้งเศร้าและมีพลังในเพลงเดียวกัน....

....Let the Skyfall, when it crumbles. We will stand tall. Face it all together....

ใครสนใจก็เข้าลิงก์นี้ได้เลยครับ....  http://www.youtube.com/watch?v=7HKoqNJtMTQ

Wednesday, October 24, 2012

กระทิงแดง (Red Bull)

24 ตุลาคม 2012

..."Red Bull" หรือ "กระทิงแดง"...อยากจะเขียนเรื่องนี้เพราะมีน้องๆขอมาแล้วก็พอดีได้ข่าวว่าเร็วๆนี้ Red Bull จะส่งเครื่องดื่มบุกตลาดไทย  ทั้งๆที่ Red Bull นี้ก็มีจุดกำเนิดมาจากไทยนี่เอง ก็เลยอยากเขียนเรื่อง Red Bull เล่าสู่กันฟังสักหน่อยนะครับ

ในเมืองไทยนั้น แบรนด์ "กระทิงแดง" ก็คือเครื่องดื่มบำรุงกำลังแนวๆเดียวกับลิโพ, คาราบาวแดง (มีวิตามิน บี12 ด้วยนะ), M-100, M-150 อะไรทำนองนั้น ซึ่งลุคจะออกมาแนวๆเครื่องดื่มสำหรับผู้ใช้แรงงาน  แต่ Red Bull ในต่างประเทศนั้นจะมีชื่อเสียงในนามของเครื่องดื่มสำหรับนักกีฬา แล้วก็สปอนเซอร์ของกีฬาแบบ extreme ครับ

คุณเฉลียว อยู่วิทยา ซึ่งผู้ให้กำเนิดเครื่องดื่มกระทิงแดงนั้น ได้พัฒนาสูตรเครื่องดื่มชนิดนี้มาจากโทนิค เมื่อปี 2519 จนกลายเป็นเครื่องดื่มบำรุงกำลัง และตั้งชื่อยี่ห้อว่า "กระทิงแดง" ผลิตออกขายในร้านขายยาของตนเอง  อยู่มาวันหนึ่งในช่วงปี 2527 มีเซลล์ขายยาสีฟันชาวออสเตรีย ชื่อ "Dietrich Mateschitz" เดินมาซื้อกระทิงแดงดื่มเพื่อลดอาการเจ็ทแลค  ดื่มเข้าไปแล้วก็ชอบก็เลยคุยกับคุณเฉลียวว่าจะนำกระทิงแดงไปทำตลาดที่ออสเตรีย

คุณเฉลียว อยู่วิทยา เจ้าของกระทิงแดง

ดีลที่ตกลงกันก็คือ คุณเฉลียวถือหุ้น 48%, Mateschitz 48% ส่วนที่เหลืออีก 2% ให้คุณเฉลิม อยู่วิทยา (ลูกชายคุณเฉลียว) ถือ 

Mateschitz นำกระทิงแดงกลับไปออสเตรีย จัดการปรับปรุงสูตรให้เพิ่มคาร์บอเนต (เพิ่มความซ่า) แล้วตั้งชื่อใหม่ว่า Red Bull ปรากฎว่าขายดิบขายดีไปทั่วยุโรป นำกำไรกลับมาให้คุณเฉลียวมากมายมหาศาล

ด้วยความที่ Mateschitz ชื่นชอบการบินเครื่องบินผาดโผน จนเป็นนักบินสมัครเล่นถือ private license บินเครื่องเจ็ท Falcon 900 แล้วก็เครื่อง Piper Super Cub  และเชื่อว่านี่เองคือ สิ่งที่นำไปสู่การที่ Red Bull เป็นสปอนเซอร์ให้กับกีฬาผาดโผนทั้งปวง เช่น  คายัค, สกี, โดดร่ม, สโนว์บอร์ด, วินด์เซิร์ฟ, ปีนหน้าผา, จักรยานวิบาก, แข่งมอเตอร์ไซค์ และที่โด่งดังมากๆก็คือ รถแข่ง Formula One แล้วก็แข่งเครื่องบินผาดโผน รายการ "Red Bull Air Racing"

 โลโก้ Red Bull นี้โด่งดังในกีฬาประเภทนี้มากจนแทบจะครองตลาดกีฬาผาดโผนไปเลยครับ  แถมตอนนี้ Red Bull ก็เป็นเจ้าของทีมรถแข่งฟอร์มูล่าวัน 2 ทีม คือ ทีม Red Bull Racing (อยู่ในอังกฤษ) กับ ทีม Team Red Bull (แข่งในรายการ Nascar ของเมกา)


ทีมรถแข่งฟอร์มูล่าวันของ Red Bull
อันที่ผมชอบก็คือ ที่ Red Bull เขาเอาเฮลิคอปเตอร์ BO-105 มาบินผาดโผนตีลังกาหงายท้องให้ดูนี่ละครับ  เกิดมาก็เพิ่งเคยเห็นเฮลิคอปเตอร์หงายท้องวันนี้

ผลกำไรที่ได้รับจากแบรนด์ Red Bull นั้นทำให้คุณเฉลียว กลายเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองไทยติดๆกันหลายปี รายงานล่าสุดเมื่อปี 2011 ก็คือคุณเฉลียวมีทรัพย์สินประมาณ 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ  เมื่อมองไปที่ทรัพย์สินของ Mateschitz ก็จะมีอยู่พอๆกันครับ

ความสำเร็จของแบรนด์ Red Bull และความร่ำรวยของบุคคลทั้งสองนี้  เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ชั้นเลิศของ Mateschitz และความซื่อสัตย์ต่อกันในฐานะพาร์ทเนอร์ธุรกิจ  ซึ่งผมเชื่อว่าหายากมากๆที่คนต่างชาติต่างภาษาที่ทำธุรกิจร่วมกันและซื่อสัตย์ต่อกันแม้ว่าจะมีกำไรมหาศาลเพียงใด  (อีกหนึ่งเคสที่น่าเป็นตัวอย่างก็คือ เคสของ บริษัทก่อสร้างนาม "อิตัล-ไทย" นี่ละครับ  วันหลังจะเขียนเล่าละกัน)

ใช่ว่าคุณเฉลียวจะเป็นเสือนอนกินอย่างเดียวนะครับ  ธุรกิจอื่นๆในเมืองไทยก็มีเช่น TC ฟาร์มาซูติคอล หรือ ในยุคสมัยหนึ่งที่คุณเฉลียวเป็นกรรมการธนาคารกสิกรไทยอยู่ยาวนานทีเดียว เพียงแต่ว่า คุณเฉลียวนั้นเป็นคนที่มีบุคลิกรักความสันโดษ โลว์โปรไฟล์ ไม่ค่อยออกสื่อ หรือ อาจเรียกได้ว่า "รวยแบบเงียบๆ" นั่นเอง
เฮลิคอปเตอร์ Red Bull โชว์ตีลังกาผาดโผน นักบินชื่อ Chuck Aaron ครับ

คุณเฉลียว อยู่วิทยา เสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2555 นี้เอง  ทิ้งอาณาจักรเรดบูลแสนล้านเอาไว้ให้กับคุณเฉลิม อยู่วิทยา บริหารต่อไป  ล่าสุดได้ข่าวว่า Red Bull จะนำเครื่องดื่ม Red Bull เข้ามาตีตลาดในเมืองไทย (ฟังแล้วแหม่งๆ) โดยร่วมกับพาร์ทเนอร์คือ สยาม ไวเนอรี่ (ผู้จัดจำหน่าย สปาย ไวน์คูลเลอร์) เป็นผู้กระจายสินค้าครับ

หมู่เกาะเคย์แมน

24 ตุลาคม 2012 
..."หมู่เกาะเคย์แมน" (Cayman Island) คือ พอดีนั่งมองรูปรถพอร์ช เคย์แมน แล้วนึกขึ้นได้ว่าชื่อมันเหมือนกับหมู่เกาะเคย์แมนที่โด่งดังเรื่องฟอกเงินนี่นา ก็เลยหาข้อมูลมาเขียนเล่าสู่กันฟังครับ

หมู่เกาะเคย์แมนนี้ประกอบด้วย 3 เกาะเล็กๆ ตั้งอยู่ใน
ทะเลแคริบเบียนครับ เป็นอาณานิคมอังกฤษ มีชื่อเสียงในเรื่องการฟอกเงินเพราะว่า เป็นดินแดนที่ปลอดภาษี และพลอยทำให้เป็นศูนย์กลางการเงินโลกไปด้วย
หมู่เกาะเคย์แมน ในทะเลแคริบเบียน

คำว่า "ปลอดภาษี" ของเคย์แมน หมายความว่า ใครก็ตามที่มาตั้งบริษัทหรือเปิดบัญชีธนาคารแล้วทำธุรกรรมกับต่างประเทศ จะไม่เสียภาษีให้กับรัฐบาลเคย์แมนเวลาที่มีเงินเข้า เงินออก หรือ ได้ดอกเบี้ยจากกองทุน หรือ ได้กำไรจากการทำธุรกิจ ก็เลยทำให้เคย์แมนกลายเป็นสวรรค์ของนักลงทุน หรือ กระทั่งอาชญากรที่ต้องการฟอกเงินครับ

แถมข้อมูลต่างๆของบริษัทหรือบัญชีธนาคารที่มาเปิดไว้ที่เคย์แมนนี้ ก็จะได้รับการปกปิดแบบ "ลับที่สุด" แถมรัฐบาลออกกฎหมายด้วยว่า การเปิดเผยข้อมูลภาษีหรือการเงิน ถือเป็นความผิดอาญาอีกตะหาก

เช่น สมมติว่า ผมซึ่งเป็นคนไทย ต้องการไปลงทุนขายบะหมี่ในพม่า หากผมไปเปิดบริษัทลูกในพม่า แล้วขายได้เงินเท่าไรก็โอนกลับมาที่บริษัทผมในเมืองไทย ผมก็ต้องเสียภาษีเงินได้ในเมืองไทยตามกฎหมาย ....แต่หากผมใช้บริการของเคย์แมน ผมก็ไปตั้งบริษัทตัวแทนในเคย์แมน (ชื่อหมาแมวอะไรก็ได้) เพื่อรอรับเงินจากบริษัทบะหมี่ในพม่าของผม เงินที่ได้รับมาก็ไม่ต้องเสียภาษี เพราะเคย์แมนไม่คิดภาษี
หนึ่งในธนาคารบนเกาะเคย์แมน

นอกจากเคย์แมนแล้ว ยังมีประเทศอื่นๆที่ให้บริการเช่นนี้อีกครับ เช่น บาฮามาส หรือ หมู่เกาะเบอร์มิวด้า เป็นต้น

ส่วนประเทศอื่นๆที่ให้สิทธิพิเศษคล้ายๆแบบนี้ ก็คือ ฮ่องกง, ปานามา หรือ ไลบีเรีย ประเทศพวกนี้จะคิดภาษีต่ำกว่าปกติมาก

แถมรัฐบาลเคย์แมนยังบอกอีกว่า หากคุณต้องการเปิดบริษัทหรือบัญชีที่เคย์แมน คุณเปิดแค่ในกระดาษก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมีออฟฟิศจริงๆ ก็เลยทำให้ตอนนี้มีบริษัทตั้งอยู่กว่า 20,000 บริษัท, ธนาคาร 540 แห่ง (เป็นออฟฟิศจริงๆแค่ 76 แห่ง), กองทุนรวมอีก 300 กองทุน, บริษัทประกันอีก 360 แห่ง และบัญชีธนาคารอีกมากมายมหาศาล ทั้งๆที่ ขนาดของหมู่เกาะเคย์แมนนั้นมีขนาดพอๆกับเกาะสมุยบ้านเราเท่านั้นเอง
 
Porsche Cayman


ส่วนที่มีข่าวว่าสาเหตุที่ พอร์ช (Porsche) ตั้งชื่อรถสปอร์ตรุ่นสวยสุดยอดว่า Porsche Cayman เพราะ คนซื้อรถพอร์ชส่วนใหญ่ได้เงินมาจากเคย์แมนนั้นก็เป็นแค่ข่าวลือครับ เพราะคำว่า Cayman ของพอร์ชมาจากคำว่า Caiman เป็นชื่อของสัตว์เลื้อยคลานพันธุ์เดียวกับตัวตะโขงครับ (ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมตั้งรุ่นรถสปอร์ตตามตัวตะโขงเหมือนกันนะน่ะ) ....เอาเข้าจริงๆ ผมก็แอบเชื่อข่าวลือนะ ฮ่าๆๆๆ

อ้อ....นอกจากเคย์แมนเขาจะโด่งดังเรื่องเงินๆทองๆแล้ว การท่องเที่ยวเขาก็ดังนะครับ เพราะมีชายหาดสวยงาม ทะเลใสสะอาด ตามสไตล์หมู่เกาะทะเลใต้น่ะครับ ใครสนใจจะไปเที่ยวก็ลองดู
www.cayman.com.ky ได้ครับ เป็นเว็บไซท์เป็นทางการของรัฐบาลเคย์แมนเลยละ บอกรายละเอียดหมดทุกอย่าง

เฮลิคอปเตอร์กับแท่นขุดเจาะน้ำมัน

18 ตุลาคม 2012

เห็นว่าเพื่อนๆสนใจเกี่ยวกับงานที่ผมทำ วันนี้ก็เลยอยากเล่าถึงแท่นน้ำมันที่ผมบินรับส่งผู้โดยสารอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันน่ะครับ

ต้องขอเล่าแบ็คกราวน์สำหรับคนที่ไม่เคยรู้จักแท่นขุดเจาะน้ำมันมาก่อนนะครับ คือ ในอ่าวไทยของเรานี้มีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติอยู่ลึกลงไปใต้ก้นทะเลอยู่มหาศาล บริษัทน้ำมันที่สนใจก็จะจ่ายสัมปทานกับรัฐบาลไทยเพื่อมาสำรวจ - ขุด - ดูดน้ำมันและก๊า
ซขึ้นมาขาย ได้เงินมาเท่าไรก็แบ่งให้รัฐบาลตามที่ตกลงกันไว้


บริษัทน้ำมันเขาก็เอาแท่นขุดเจาะน้ำมันเข้ามาวางยังจุดที่เขาสำรวจเจอน้ำมัน ตรงไหนมีเยอะและดูทีท่าแล้วว่าจะต้องดูดกันอีกนานแสนนาน ก็จะเอาแท่นแบบถาวรมาตอกขาลงไปกับพื้นโลกเลย ส่วนอันไหนที่มีไม่เยอะหรือต้องสำรวจไปๆมาๆ ก็เอาแท่นแบบลอยน้ำได้มาใช้ แล้วใช้เรือลากไปตามตำแหน่งที่ต้องการ

วันที่ผมบินออกมาทำงานวันแรก ต้องยอมรับว่าแท่นขุดเจาะนั้นคือสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่อย่างหนึ่ง คือ ใครจะไปคิดว่าในท้องทะเลลึกคลื่นลมแรง มนุษย์ตัวเล็กๆจะออกไปดูดสิ่งที่อยู่ใต้พื้นมหาสมุทรขึ้นมาใช้งานได้ แถมแท่นน้ำมันนี้นอกจากจะดูดน้ำมันแล้ว ยังมีโรงแรมให้พนักงานพักติดแอร์เย็นฉ่ำ มีห้องอาหาร มีทุกอย่างครบครัน สนามบาสเก็ตบอล โรงหนังเล็กๆ ห้องออกกำลังกาย ฯลฯ ไม่แพ้บนฝั่งเลย

และด้วยเหตุว่าแท่นน้ำมันนั้นราคาแพง พื้นที่ทุกส่วนล้วนจำกัดและมีมูลค่าทั้งนั้น ทีนี้อากาศยานที่ใช้พื้นที่ลงจอดน้อยที่สุดก็คือ "เฮลิคอปเตอร์" (เครื่องบินใช้รันเวย์ยาวเป็นกิโล ครั้นจะประหยัดนั่งเรือก็นั่งกันเป็นวัน) ดังนั้นเฮลิคอปเตอร์ก็เลยเป็นยานพาหนะยอดนิยมของชาวแท่นน้ำมันครับ แล้วก็พลอยทำให้ผมมีงานทำจนวันนี้ 555

ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ (Helideck) ในภาพประกอบนี้ พื้นเป็นสีเทา บางที่ก็เป็นสีเขียว มีตัว H สีเหลืองอยู่ตรงกลางครับ บริษัทออกแบบจะดีไซน์ให้ตัวลานจอดเนี่ยไกลจากสิ่งกีดขวางของแท่นให้มากที่สุด เพื่อให้เฮลิคอปเตอร์ลงจอดง่ายและปลอดภัย บางแท่นเขาก็เอาลานจอดไว้บนหลังคา บางแท่นก็ให้ยื่นพ้นจากตัวแท่นออกมาเลยให้รู้แล้วรู้รอดไป

ธรรมชาติของเฮลิคอปเตอร์นั้นจะลงจอดได้ง่ายเมื่อบินเข้าหาลมครับ เพราะลมจะช่วยพยุงเฮลิคอปเตอร์ไว้ด้วย ทำให้เครื่องยนต์ทำงานไม่หนักมาก นักบินก็แฮปปี้ เพราะฉะนั้นทิศทางการวางลานจอดก็สำคัญ ในอ่าวไทยนั้นมักจะวางลานจอดให้ยื่นชี้มาทางทิศใต้ เพราะลมอ่าวไทยส่วนใหญ่จะพัดแนวตะวันออก-ตะวันตก แต่ถ้าเป็นทะเลเหนือก็จะให้ลานจอดอยู่ในทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เพราะลมพัดอีกแนวนึง....

โครงสร้างของลานจอดก็จะออกแบบให้รับน้ำหนักได้ 2.5 เท่าของเฮลิคอปเตอร์ครับ เผื่อกรณีฉุกเฉินที่ต้องลงกระแทกแรงๆ เช่น เครื่องยนต์ดับ หรือ ลมกรรโชกแรง เป็นต้น

ในอ่าวไทยเราซึ่งเชฟรอนได้สัมปทานอยู่นั้นมีแท่นน้ำมันหลายแบบครับ มีทั้งแบบถาวร หรือ Living Quarter คืออยู่กันเป็นโรงแรมเลย เช่น แท่นปลาทอง (ออกแบบโดยบริษัท Seaquest ของสิงคโปร์) หรือ แท่นเอราวัณ (ออกแบบโดยบริษัท Specialist Services ของดูไบ) แล้วก็มีทั้งเรือขุดเจาะและแท่นลอยน้ำ ที่เช่ามาจากบริษัท Transocean ของสวิส และบริษัท Seadrill ของอเมริกา
บริษัท Transocean

พูดเรื่องบริษัท Transocean สักนิดละกัน บริษัทนี้เค้าเป็นยักษ์ใหญ่ที่ทำธุรกิจให้เช่าแท่นลอยน้ำทั่วโลกครับ สนนราคาค่าเช่าก็คือ 260,000$ หรือ 9 ล้านบาทต่อวัน....เน้นว่า "ต่อวัน" นะครับ แต่ถ้าเป็นทะเลลึกมากๆ ค่าเช่าก็จะเป็นสองเท่าครับ ราคานี้คืออัตราเหมาทั้งพนักงานและแท่นของปี 2011 ครับ ใครอยากรวยก็ทำแท่นขุดน้ำมันออกขายก็ได้ครับ รวยกันไม่รู้เรื่อง....

ปล. เจ้าแท่นลอยน้ำเนี่ย วันไหนคลื่นลมแรงมากๆ แท่นก็จะเด้งหน้าเด้งหลัง นักบินจะเวียนหัวกันแทบอ้วกทีเดียว เพราะลงจอดยากและอันตรายมากครับ ต้องระวังกันสุดๆ

วลาดีเมียร์ ปูติน (2)

16 ตุลาคม 2012

..."วลาดีเมียร์ ปูติน ภาค2"... พอดีเมื่อวานเขียนเรื่องปูตินแล้วรู้สึกว่ายังเขียนจบไม่เรียบร้อยเท่าไร วันนี้ก็เลยอยากจะเขียนขยายเพิ่มอีกสักหน่อยนะครับ อยากเล่าให้ฟังถึงความเปลี่ยนแปลงที่ดีที่เกิดขึ้นกับสหายรัสเซียภายใต้เงื้อมมือปูติน แล้วก็เรื่องที่ปูตินใช้บริษัทน้ำมัน Gazprom มาเป็นประโยชน์ทางการเมืองด้วย

เราคงจำกันได้ว่าช่วงปี 90s นั้นคือสมัยที่สหภาพโซเวียตแตกออกเป็นประเทศเล็กประเทศน้อย เช่น รัสเซีย, ยูเครน, จอร์เจีย, เบลารุส, คาซัคสถาน (แล้วก็บรรดาประเทศที่ลงท้ายว่า 'สถานๆ' ทั้งหลาย) แต่อย่างไรก็ดี รัสเซียของปูตินก็ยังคงใหญ่ที่สุด ครองทรัพยากรสูงสุดและมีกำลังทหารเข้มแข็งที่สุดเหมือนเดิม

สื่อมวลชนต่างประเทศต่างขนานนามเขาว่า "ซาร์แห่งรัสเซีย" และ "จักรพรรดิแห่งจักรวรรดิรัสเซียใหม่" ด้วยเหตุที่ปูตินใช้ทั้งไม้แข็ง, วิถีสายลับและกลยุทธ"น้ำมัน" เข้าควบคุมบรรดาประเทศอดีตโซเวียตได้อยู่หมัด ไม่ให้ชาติตะวันตกก็คือ สหรัฐอเมริกา เข้ามามีอิทธิพลได้ดังใจหวัง....มีตัวอย่างดังนี้ฮะ

เมื่อปี 2008 กลุ่มนาโต้ (นำโดยเมกา) พยายามรุกเข้ามาชวนประเทศจอร์เจียเข้านาโต้ แล้วก็สนับสนุนให้ ปธน.ของจอร์เจียกวาดล้างชนกลุ่มน้อยซึ่งเป็นคนรัสเซียเสียให้เกลี้ยง ปธน.จอร์เจียก็คึกจัดเพราะเห็นว่าเมกาให้ท้ายก็เลยยกพลไปบุกชนกลุ่มน้อยเชื้อสายรัสเซีย

...ปูตินซึ่งหมั่นไส้จอร์เจียมานานก็เลยสั่งกองทัพรัสเซียยกทหาร 90,000 นาย รถถัง 800 คัน เครื่องบิน 360 ลำเข้าถล่มจอร์เจียจนราบเป็นหน้ากลอง พอเมกาเห็นรัสเซียเอาจริงก็นิ่งเงียบไม่มาช่วยจอร์เจีย.... ปูตินเห็นว่า "ข้อความ"ที่เขาต้องการสื่อนั้นสัมฤทธิ์ผลแล้วก็ยกพลกลับ พร้อมบอกว่า "นี่คือสงครามสั่งสอนผู้รุกราน"
เส้นทางเดินท่อก๊าซของ Gazprom ทั่วยุโรป

นอกจากกำลังทหารแล้ว ปูตินก็ใช้บริษัทน้ำมัน Gazprom เข้าควบคุมพลังงานของยุโรปและชาติอดีตโซเวียตทั้งหลาย เพราะ Gazprom (รัฐบาลรัสเซียถือหุ้น 50%) ครอบครองแหล่งก๊าซที่ใหญ่ที่สุดในโลกและต่อท่อก๊าซกระจายจำหน่ายไปทั่วยุโรป จนเรียกได้ว่าขณะนี้รัสเซียควบคุมเส้นเลือดหลักของยุโรปเรียบร้อยแล้ว เคยมีนักธุรกิจรัสเซียนามว่า Abramovich พยายามตั้งบริษัทแข่งกับ Gazprom โดยต่อท่อก๊าซอีกเส้นทางหนึ่ง แต่พี่แกก็โดนลักพาตัวไปเรียบร้อยโรงเรียนรัสเซียนะฮะ...(อันนี้ออกแนวสยองนิดๆ)

ครั้งหนึ่งยูเครนเคยแข็งข้อต่อรัสเซียโดยเลือกปธน.ที่แอนตี้รัสเซีย ปูตินก็เลยสั่งปิดท่อก๊าซและน้ำมันทั้งหมดที่ส่งเข้ายูเครน ทำเอาชาวยูเครนต้องจุดเทียนกันทั้งประเทศอยู่พักใหญ่ๆ.....แถมอีตาปธน.Yushchenko ก็โดนวางยาพิษเสียจนเสียโฉม จนภายหลังต้องลาออกแล้วตั้งคนที่ปูติน approve ขึ้นมาแทน
Gazprom

Gazprom นั้นปัจจุบันครองตำแหน่งผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นที่สองของโลกในเรื่องก๊าซธรรมชาติครับ แทบจะเรียกได้ว่ารัสเซียนั้นมีกำลังการผลิตเหนือกว่าซาอุดิอาระเบียแล้ว และปูตินก็ใช้ประโยชน์จาก Gazprom ได้ดีเยี่ยมเพราะปูตินมองเห็นว่า "พลังอำนาจของรัสเซียในอนาคต" นั้นมิได้อยู่ที่จำนวนหัวรบนิวเคลียร์ แต่อยู่ที่ "น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ"

....ไม่แปลกใจใช่ไหมครับที่ทำไม "วลาดีเมียร์ ปูติน" ชนะเลือกตั้งอีกครั้ง และกลับมาเป็นประธานาธิบดีรัสเซียสมัยที่ 3 ในวันนี้?....

ปล. สำหรับเพื่อนๆนักบินที่สงสัยว่าจะไปบินให้ Gazprom ได้ไหม? ผมก็ลองหาข้อมูลดูก็เจอว่า Gazprom มีบริษัทลูกชื่อ GazpromAvia มีเครื่องบินอยู่ 34 ลำ มีเฮลิคอปเตอร์ไว้บินรับ-ส่งพนักงานแท่นน้ำมันอีก 106 ลำ.....และใช้เฮลิคอปเตอร์สัญชาติรัสเซียทั้งหมดครับ เช่น Mi-8, Mi-2, Ka-26 ใครอยากไปก็คงต้องเรียนภาษารัสเซียนก่อนนะฮะ....

ปล.2 แนวทางของปูติน บางคนอาจคิดว่าโหด....แต่เราอย่าลืมว่ารัสเซียในยุคที่โซเวียตแตกนั้น ตามท้องถนนมีแต่มาเฟีย, โสเภณี, โจร และคนยากจนนะครับ การจะฟื้นฟูบ้านเมืองที่บอบช้ำนั้น จำเป็นที่ต้องมีผู้นำที่สุดขั้วเช่นกัน

วลาดีเมียร์ ปูติน (1)

15 ตุลาคม 2012

..."วลาดิเมียร์ ปูติน"...เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักบุรุษเหล็กแห่งรัสเซียคนนี้อยู่แล้วนะครับ วันนี้ผมก็อยากจะเล่าถึงปูตินในแง่ที่เป็นอดีตสายลับเคจีบีผู้รักชาติอย่างแรงกล้า และเป็นผู้พลิกชะตากรรมรัสเซียให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งด้วยอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เส้นทางชีวิตของปูตินนี่...ไม่ธรรมดาเลย

ปูตินนั้นเป็นอดีตประธานาธิบดีสองสมัยของรัสเซียครับ ตอนนี้อายุได้ 60 ปีแล้ว ชีวิตของเขานั้นเรียกได้ว่า
เจริญงอกงามขึ้นมาจนวันนี้ด้วยความเป็นสายลับเคจีบีและหยิ่งทะนงในความยิ่งใหญ่ของชนชาติรัสเซียของเขามาก ตอนนี้ปูตินเป็นผู้มีอิทธิพลตัวจริงของรัสเซีย เพราะประธานาธิบดีรัสเซียคนก่อน (เมดเดเยฟ) ก็คือเด็กในคาถาของปูตินนั่นเอง

เล่าถึงสมัยเด็กๆสักนิดละกัน ตอนปูตินอายุได้ 16 ปีนั้น เขาดูหนังสงครามโลกและอยากเป็นสายลับมากๆ จนถึงกับเดินไปที่สำนักงานเคจีบีในเลนินกราด แล้วขอสมัครเป็นสายลับ เล่นเอาจนท.เคจีบีหัวเราะแล้วบอกเค้าว่า "ไอ้หนู เธอไม่มีสิทธิเลือกหรอก เคจีบีเป็นผู้เลือกเองว่าใครจะเป็นสายลับ" ปูตินก็เลยกลับมาเรียนนิติศาสตร์จนจบด้วยคะแนนยอดเยี่ยม และเคจีบีก็เข้ามาทาบทามจนได้เป็นสายลับสมใจ


โลโก้เคจีบี

ชีวิตการทำงานสายลับของเขานั้นไม่ค่อยมีบันทึกไว้ เท่าที่หาประวัติก็พบเพียงว่า ปูตินเข้าสู่วงการเมืองในยุคที่โซเวียตแตกเป็นเสี่ยงๆ รัสเซียตกต่ำจนถึงกับข้าราชการไม่มีเงินเดือนกิน ชาวบ้านยากจน ขุมทรัพยากรต่างๆของรัฐก็โดนตระกูลผู้มีอิทธิพล 4-5 ตระกูลครอบครองหมด คอรัปชั่นเบ่งบานไปทุกหัวระแหง

หนึ่งในรัฐวิสาหกิจที่โดนขายทอดตลาดแล้วโดนบรรดาตระกูลมาเฟียยึดไว้ก็คือ Gazprom ซึ่งเป็นหน่วยงานปิโตรเลียมของรัฐ (คล้ายๆปตท.เรานี่แหละ) โดนขายออกเป็นบริษัทเอกชน รายได้แทบไม่กลับมาช่วยเหลือรัฐและประชาชน (อันนี้ยิ่งคล้าย ปตท.เข้าไปใหญ่)

ยุคนั้นปูตินได้เป็นผอ. FSB (ก็อดีตหน่วย KGB ซึ่งเทียบได้กับเป็น ผอ.CIA นั่นเอง) ในยุคของปธน.เยลต์ซิน และปูตินก็ใช้ทักษะสายลับช่วยเหลือเยลต์ซินและบรรดาตระกูลมาเฟียนี่เหมือนกัน จนกระทั่งได้รับความไว้ใจให้เป็น ปธน.ต่อจากเยลต์ซินเมื่อคราวที่เยลต์ซินล้มป่วย โดยปูตินให้สัญญาลูกผู้ชายกับเยลต์ซินว่า "จะไม่แตะต้องเยลต์ซินไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น"

ทันทีที่ปูตินขึ้นครองตำแหน่งประธานาธิบดี เขาก็เช็คบิลกับบรรดาตระกูลมาเฟียเหล่านี้ทันที แล้วยึดบริษัทน้ำมัน Gazprom กลับมาให้รัฐถือหุ้นใหญ่ต่อ ส่วนพวกหัวโจกตระกูลนั้นโดนตามเชือดจนต้องหนีออกนอกประเทศไป ส่วนกบฏเชชเนียซึ่งอาจหาญลองของวางระเบิดในมอสโคทันทีที่ปูตินรับตำแหน่งจนคนรัสเซียตายไป 300 กว่าคนนั้น ปูตินสั่งปราบกบฏเชชเนียชนิดที่ได้เรียกว่าโหดสุดๆจนแทบจะสูญพันธุ์ไปเลย จนชื่อเสียงขจรขจายไปทั่วถึงความเด็ดขาด จนวันนี้เชชเนียเหลือหัวหน้าหน่อมแน้มหนึ่งคนชื่อ Ramzan Kadyrov ที่ไม่มีฤทธิ์เดชอะไรแล้ว...
เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ Kursk

อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่แสดงถึงความเด็ดขาดของปูตินคือ เมื่อครั้งที่เรือดำน้ำ Kursk ของรัสเซียจมอยู่ก้นมหาสมุทรและรัสเซียไม่สามารถกู้ขึ้นมาได้ บรรดาชาติอื่นๆเช่น สหรัฐฯ, อังกฤษ และสวีเดนก็ยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือ แต่ปูตินก็รู้ดีว่าเทคโนโลยีเรือดำน้ำรัสเซียนั้นคือหนึ่งในความลับสุดยอดของชาติ ปูตินจึงตัดใจยอมให้ลูกเรือของเรือดำน้ำ Kursk สละชีพตายยกลำอยู่ก้นทะเล ไม่ยอมให้ความลับชาติรั่วไหล...

ชนรัสเซียนั้นชื่นชมปูตินมาก ด้วยความคิดที่ฝั่งรากลึกว่า "เคจีบีไม่มีวันทรยศชาติ" มีกลุ่มวัยรุ่นเป็นแฟนคลับปูตินมากมายทั่วประเทศ เพราะปูตินสามารถทำให้ GDP สูงขึ้น 7 เท่า รายได้ต่อหัวเพิ่มจาก 80$ เป็น 640$ ต่อเดือน ความเป็นอยู่ดีขึ้นมาก

ปูตินนั้นเล็งเห็นว่าหากให้รัสเซียจมอยู่กับมาเฟียและผู้อิทธิพลต่อไป ชาติของเขาก็จะกลายเป็นขยะ ปูตินรักมาตุภูมิของเขาอย่างแรงกล้า จึงต้องใช้ยาแรงในการล้างบาง การปกครองระบอบปูตินนั้นเรียกได้ว่าเป็น "เผด็จการทุนนิยม" แบบเดียวกับจีนครับ วันนี้บริษัท Gazprom ของรัสเซียผลิตก๊าซธรรมชาติได้เป็นอันดับหนึ่งของโลก เป็นผู้ครองแหล่งน้ำมันมหาศาลทางตะวันตกของไซบีเรีย นำความมั่งคั่งมาสู่รัสเซียเหลือคณานับ เพราะยุโรปแทบจะทั้งทวีปพึ่งพาน้ำมันจากรัสเซีย....

ปล. บุคลิกของปูตินนั้น เรียกได้ว่าน่ากลัวและนิ่งมาก กระทั่งปธน.จอร์จ บุช กล่าวว่า "เมื่อผมมองเข้าไปในดวงตาของเขา ผมรู้สึกเหมือนโดนอ่านทะลุไปถึงวิญญาณ"

ปล.2 ขอบคุณที่อ่านมาถึงบรรทัดนี้ครับ วันนี้เขียนยาวมาก แต่ผมก็สนุกมาก :) เรื่องของปูตินนั้นมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยอีกมากมาย เขียนอีกวันก็ไม่จบ